บ้านแม่สายนาเลาตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีลานนา มีพื้นที่ประมาณ 14,738 ไร่ ปัญหาดั้งเดิมจากการใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในเขตป่าอุทยานแห่งชาติ และขยายที่ดินทำกินโดยไม่ทราบขอบเขตที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาตลอด สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้พัฒนากระบวนการ การเข้าถึงการพัฒนาของชุมชนบนพื้นที่สูง ด้วยแผนที่รายแปลงโดยมีเจ้าหน้าที่และเกษตรกรร่วมกันจัดทำ โดยมุ่งเน้นให้ “ชุมชนเป็นจุดศูนย์กลาง” ตามหลักการพัฒนาแบบโครงการหลวง ยกระดับการดำรงชีพและเข้าถึงการพัฒนาของชุมชน ให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด โดยการขออนุญาตใช้พื้นที่อย่างถูกต้องตามระเบียบจากกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จัดทำฐานข้อมูลชุมชน และแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในระดับครัวเรือนและระดับแปลง ให้เป็นข้อมูลดิจิทัลภาครัฐชุดเดียวกัน ทุกภาคส่วนให้การยอมรับและนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน เพื่อให้ชุมชนบ้านแม่สายนาเลาได้ใช้ในปีพ.ศ. 2564 และทำกินมาถึงปัจจุบัน เกษตรกรในพื้นที่ไม่มีการบุกรุกป่าเพิ่ม จนทำให้บ้านแม่สายนาเลา กลายเป็นพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกไม้ผล อาทิ ลำไย มะม่วง สลับกับพืชผักระยะสั้น เกษตรกรมีรายได้เพียงพอเพื่อใช้ในครัวเรือน เป็นตัวอย่างของการพัฒนาพื้นที่สูง ส่งผลให้ชุมชนบ้านแม่สายนาเลาเป็นชุมชนปลอดการเผา 100% ด้วยรางวัล 2 ปีซ้อน
จากนั้น สวพส. ได้นําต้นแบบการปรับระบบการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนํานวัตกรรมจากงานวิจัยปรับวิธีการปลูกข้าวโพดเหลื่อมด้วยพืชตระกูลถั่ว ขยายผลสู่พื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงโหล่งขอด อําเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ และต่อยอดงานส่งเสริมและพัฒนาสู่หมู่บ้านแม่สายนาเลา ซึ่งมีประชากร 53 ครัวเรือน 222 คน ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงโหล่งขอดทั้งหมด โดยส่งเสริมปลูกพืชไม้ยืนต้น และปลูกไม้ดอกส่งขายให้กับอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย ในปีพ.ศ. 2566 เกษตรกรมีรายได้รวมประมาณ 3.97 ล้านบาท/ปี เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลดลง ลดการใช้สารเคมีทางการเกษตร ลดการเผาพื้นที่เกษตรทั้งในส่วนการจัดเตรียมพื้นที่ปลูกและการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร สามารถแก้ไขปัญหาฝุ่นควันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนได้
