กรมประมงแจ้งข่าวดีประเทศไทยสามารถส่งออกกุ้งก้ามกรามมีชีวิตไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แล้ว หลังพยายามเจรจาผลักดันเพื่อเปิดตลาดสินค้าประมงชนิดใหม่ หนุนเพิ่มช่องทางการค้า และขยายโอกาสให้สินค้ากุ้งก้ามกรามของไทยเติบโตได้ในตลาดโลก
นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า “กุ้งก้ามกราม” ถือเป็นสัตว์น้ำจืดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและมีความต้องการทางตลาดสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรมประมงจึงได้มีการส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ในปี 2566 ประเทศไทยมีปริมาณผลผลิตกุ้งก้ามกรามทั้งหมด 46,585 ตัน จากฟาร์มเพาะเลี้ยง 12,127 ฟาร์ม คิดเป็นมูลค่ากว่า 8,659 ล้านบาท และมีการส่งออกผลิตภัณฑ์กุ้งก้ามกรามจำนวน 4,711 ตัน มูลค่าการส่งออกกว่า 568 ล้านบาท ไปจำหน่ายยังต่างประเทศ อาทิ เมียนมา สหรัฐอเมริกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มาเลเซีย ฯลฯ รวมถึง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นหนึ่งตลาดหลักที่มีมูลค่าการส่งออกสูง และยังคงมีแนวโน้มความต้องการสินค้ากุ้งก้ามกรามจากไทยเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

โดยเกษตรกรจะต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดี และมีสถานบรรจุสัตว์น้ำที่ผ่านการตรวจสอบสุขลักษณะตามข้อกำหนดของกรมประมง รวมถึงมีรูปแบบและวิธีการในการขนส่งสัตว์น้ำมีชีวิตตามระเบียบการนำเข้าของสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งในด้านข้อกำหนดการตรวจรับรองสถานประกอบการ มาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพสินค้าทางกายภาพ เคมี จุลินทรีย์ และข้อกำหนดการออกใบรับรอง (Health Certificate) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าสินค้าประมงของไทยมีคุณภาพ มาตรฐาน และความปลอดภัย รวมถึงสามารถคงความสดใหม่ได้ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง