Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด“มาลายูปัตตานี-บ้านควนไทร” อัตลักษณ์มาลายูปัตตานี 100 ปี ชุมชนสุดท้าย จ.พัทลุง

“มาลายูปัตตานี-บ้านควนไทร” อัตลักษณ์มาลายูปัตตานี 100 ปี ชุมชนสุดท้าย จ.พัทลุง

-

ชุมชนชาวมาลายูปัตตานี ได้เริ่มเคลื่อนย้ายจากถิ่นฐาน จ.ปัตตานี เข้าสู่ จ.พัทลุง เมื่อประมาณเกือบ 100 ปีที่ผ่านมา จำนวนนึ่ง โดยเริ่มแรกบางส่วนจะเคลื่อนย้ายจาก มาลายูปัตตานี เข้าสู่ จ.นครศรีธรรมราชก่อน แล้วต่อมาบางส่วนก็ได้ย้ายจาก จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่ จ.พัทลุง ยังพื้นที่ อ.ตะโหมด อ.เขาชัยสน และ อ.ป่าบอน ซึ่งจะมาเป็นกลุ่มก้อนที่ปริมาณไม่มาก …

เช่น ที่บ้านควนไทร หมู่ 4 ต.แม่ขรี เขตเทศบาลตำบลควนเสาธง ที่บ้านคลองนุ้ย หมู่ 5 ต.ตะโหมด เทศบาลตำบลเขาหัวช้าง อ.ตะโหมด เช่น ที่ บ้านเกาะทองสม หมู่ 1 ต.โคกม่วง เขตเทศบาลตำบลโคกม่วง อ.เขาชัยสน และที่ห้วยลึกบ้านเหมืองตะกั่ว ต.หนองธง องค์การบริหารส่วนตำบลหนองธง อ.ป่าบอน

โดยเฉพาะทั้ง 4 ชุมชนมาลายูปัตตานีบ้านควนไทร ปัจจุบันมีประมาณกว่า 70 ครัวเรือน ประมาณกว่า 300 คน บ้านคลองนุ้ยประมาณ 70-80 ครัวเรือน บ้านเกาะทองสม ประมาณ 30 ครัวเรือน และที่ห้วยลึกบ้านเหมืองตะกั่ว ประมาณ 20 ครัวเรือน โดยประมาณภาพรวมชาวมาลายูปัตตานีมีประมาณ 1,200 คน

“ชาวมาลายูปัตตานี และบางส่วนก็มาจาก จ.ยะลา จ.นราธิวาส จากจำนวน 4 ชุมชน อัตลักษณ์ดั่งเดิมได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม แต่ยังเหลือชุมชนเดียวที่คงอนุรักษ์รักษาอัตลักษณ์มาลายูปัตตานี คือชุมชนมาลายูปัตตานีบ้านควนไทร ได้อย่างเหนี่ยวแน่น ทางด้านศาสนา การศึกษา สังคม วัฒนธรรม ตลอดจนถึงวิถีชีวิต”

ทางด้านภาษายังใช้ภาษามาลายูทั้งภาษาท้องถิ่นและภาษากลางในการสื่อสารพูดคุย การศึกษายังมีโรงเรียนตาฎีกา ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนเด็กเล็ก ทางด้านอาหารการกินที่ไม่รสจัดไปทางค่อนข้างจะหวาน ส่วนอาชีพจะเป็นการเกษตร และและค้าขายและการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย

“การประกอบอาชีพเป็นการเกษตร เช่น จะกรีดยาง ทำสวนผลไม้กันแทบทั้งหมด เมื่อถึงเวลาก็กลับมาทำพิธีทางศาสนาละหมาด เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้าสวนทำเกษตร หรือพักผ่อนส่วนสังคมก็จะภายในชุมชนจะไม่ค่อยออกห่างจากสังคมภายใน พูดได้ว่าชุมชนบ้านควนไทรจะรักษาอัตลักษณ์ชาวมาลายูปัตตานีได้เต็ม100 %”

ชุมชนมาลายูปัตตานีบ้านควนไทร ใช้ภาษายาวีมาลายูปัตตานีในการสังคมสื่อสารกันเองแต่กับสังคมกับภายนอกก็จะใช้ภาษาไทยได้ดี ในส่วนทางด้านการศึกษาของบุตรหลานนั้นจะให้เรียนโรงเรียนตาตีกาเมื่อจบการศึกษาก็จะส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนศาสนาและสามัญประจำพื้นที่ใกล้บ้าน และส่วนหนึ่งก็จะส่งไปเรียนยังบ้านเกิดที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

นายแวอุเซ็ง สือนิ อิหม่ามมัสยิดมูฮายีรีน บ้านควนไทร หมู่ 4 ต.แม่ขรี เขตเทศบาลตำบลควนเสาธง อ.ตะโหมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ชุมชนบ้านควนไทร ที่หมู่ 4 บ้านมาบ ต.แม่ขรี ได้เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่รุ่นพ่อแม่รวมแล้วจนถึงขณะนี้เป็น 100 ปีจนมาถึงรุ่นตนและชุมมุสลิมมาลายูปัตตานีบ้านควนไทร ก็ยังได้อนุรักษ์ศาสนา การศึกษา ภาษา วัฒนธรรม ฯลฯ เดิม ๆ ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะทางด้านภาษายาวีมาลายูปัตตานีจะพูดได้กันทุกคน

ซึ่งในชุมชนสามารถพูดคุยสื่อสารกัยคนภายนอกได้ ได้ทั้งภาษายาวีท้องถิ่น ภาษายาวีกลาง มาลายูปัตตานีชุมชนบ้านควนไทร มีจำนวน 72 ครัวเรือน ประมาณ 350 คน ต่างพูดภาษายาวีมาลายูปัตตานีในการสื่อสารภายใน กิจกรรมภายใน ตลอดจนถึงการเรียนการสอนหนังสือในชุมชน

“มาลายูปัตตานีบ้านควนไทร แต่สำหรับบุคคลภายนอกหรือไปสังคมชุมชนอื่น ๆ ก็จะสามารถพูดคุยภาษาไทยและจะเข้ากันได้ดีด้วย”

ภาษาจะใช้ภาษายาวีมาลายูปัตตานีมีทั้งภาษาท้องถิ่น และภาษากลาง ยกตัวเช่นคำว่ามาแกคือภาษาท้องถิ่น ถ้าเป็นภาษากลางมากัน ที่แปลว่าการกินหรือรับประทาน เป็นต้น ภาษายาวีมาลายูปัตตานี จะใช้การสื่อสารพุดคุยในชุมชนมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 รัฐทางภาคเหนือประเทศมาเลเซียซึ่งรัฐระหว่างชายแดนไทย มาเลเซีย จะใช้ภาษยาวีมาลายูปัตตานี

“ภาษามาลายูปัตตานีจะใช้สื่อสารพูดคุยในกลุ่มประเทศอาเซียนกันเป็นส่วนมากคือประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และประเทศสิงคโปร์ ตลอดจนถึงประเทศฟิลิปินส์บางส่วน ภาษายาวีมาลายูปัตตานีแม้กระทั่งชาวต่างศาสนิกก็ยังมาเรียนศึกษาภาษยาวีกันมาก เหตุผลจะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ ประกอบธุรกิจ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ”

นายแวอุเซ็ง กล่าวว่า ยังจำไว้ที่ท่านอดีต ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการกลุ่มประเทศอาเซี่ยนได้กล่าวว่า ภาษายาวีมาลายูปัตตานี อ่านได้ เขียนได้ อย่าให้ลืมท่องให้จำ ตนจึงจะตั้งศูนย์ที่บริเวณมัสยิดเปิดศูนย์ศึกษาภาษายาวีมาลายูปัตตานีขึ้น และให้เป็นศูนย์กลางของพื้นที่ใกล้เคียง จ.พัทลุง เข้าศึกษาการเรียนการสอน ซึ่งจะเป็นประโยขน์อย่างมาก สามารถนำไปประกอบอาชีพการทำธุรกิจ ประกอบการค้าขาย ฯลฯ ในการสื่อสารพูดคุยกับนานาชาติ และขณะที่ชาวต่างชาติก็เดินทางเข้ามาดำเนินการธุรกิจ และเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

“จะเห็นได้ว่าผู้มีความรู้ภาษยาวีมาลายูปัตตานี ต่างสามารถเดินทางไปประกอบอาชีพได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตอนนี้จะเห็นมาลายูปัตตานีจะหลั่งไหลเข้าสู่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจนถึงกรุงเทพฯ ฯลฯ เพราะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และชาวอินโดนี ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยและทางจังหวัดภาคใต้”

นายแวอุเซ็ง ยังกล่าวอีกว่า ทางด้านศาสนา วัฒนธรรม สังคม วิถีชีวิตก็ใช้เหมือนกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะใช้ภาษายาวีมายูปัตตานี การแต่งกายก็ชุดมาลายายูปัตตานี เช่น สวมผ้าสะโหร่ง สวมเสื้อกุรง และสวมหมวกเกาะปิเยาะ ฯลฯ ทางด้านอาหารการกิน เวลาต้อนรับผู้มาเยือนก็จะเป็นข้าวยำน้ำบูดู น้ำชา กาแฟ

ทางด้านการศึกษา ศึกษาตากีในหมู่บ้าน แล้วไปโรงเรียนศึกษาสายสามัญและศาสนา และยังเรียนพื้นที่ใกล้เคียงหรือต่างจังหวัด และจำนวนหนึ่งก็ศึกษาถึงระดับปริญญาตรีถึงมหาวิทยาลัยและถึงต่างประเทศ เช่น ไปศึกษายังประเทศอียิปต์ ประเทศจอร์แดน โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยอัซฮัร อียิปต์ ซึ่งจะได้รับความนิยม

ขณะที่ด้านสังคมนั้นอยู่ร่วมกับพหุสังคมต่างศาสนาต่างศาสนิกอย่างร่มรื่นสามัคคีและมีความเข้าใจกัน โดยไปมาหาสู่ซึ่งกันและมีการบอกงานกุศลซึ่งกันและกัน

“และเมื่อจัดงานการกุศลเพื่อสร้างมัสยิดประจำชุมชนที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็มีต่างศาสนิกชาวไทยพุทธก็มาร่วมงานทำบุญกุศลด้วย ทั้งต่างจังหวัดด้วย”

นายแวอุเซ็ง กล่าวอีกว่า ในเรื่องการประกอบอาชีพจะไม่ต่างกับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เช่นเดียวกัน คือการเกษตรและค้าขายกัน โดยเฉพาะการเกษตรได้ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับชุมชนมาลายูปัตตานี

“ได้อนุรักษ์อัตลักษณ์มาลายูปัตตานีได้มาแล้วเกือบ 100 ปีมาจนถึงขณะนี้ของชุมชนบ้านควนไทร” นายแวอุเซ็ง กล่าวในท้ายสุด.

 

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...