“ระนอง” ถือว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดเล็กๆของภาคใต้ ที่มีวัฒนธรรมอาหารการกินที่หลากหลาย เนื่องจากประชาชนที่นี่ในอดีตส่วนหนึ่งมีการอพยพถิ่นฐานการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงของสังคมเมือง จากสังคมเกษตรกรรมดั่งเดิมสืบทอดมาจากบรรพบุรุษมาสู่ยุคสังคมอุตสาหกรรม เนื่องจากช่วงหนึ่งระนองมีการทำเหมืองแร่ดีบุกเกิดขึ้นมากมายในยุคหนึ่ง
จนมาถึงยุคการทำประมง เนื่องจากระนองมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลอันดามัน ทำให้ชาวบ้านหันมายึดอาชีพประมงกัน โดยมีวัฒนธรรมการทำอาหารเพื่อใช้กินอยู่ในชีวิตประจำวันกับการทำอาหารเพื่อประกอบพิธีกรรม หรือที่เรียกกันว่า อาหารศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้น ถ้าสังเกตุดูเมนูการทำอาหารแถวระนอง มีความเป็นอาหารจีนผสมกับอาหารคนท้องถิ่น เนื่องจากมีทั้งชาวฮกเกี้ยน แต้จิ๋ว บาบา (บ้าบ๋า ย่าหย่า) รวมถึงกลุ่มคนไทย ชาวตะวันตก (คริสตัง) มาลายู และอาหารคนเอเชียใต้ เพราะฉะนั้นกลุ่มอาหาร จะมีความหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งอาหารท้องถิ่น อาหารชาวมุสลิม อาหารชาวอินดู อาหารชาวเหมือง และอาหารจีนท้องถิ่น
หนึ่งในอาหารที่ขึ้นชื่อเมืองระนองอยากแนะนำ “ก๊กซิมบี้” อาหารในตำนาน มีการเล่าต่อๆกันว่า คอซิมบี้มีโอกาสได้รับประทานอาหารชนิดนี้ ที่บ้านเจ้านายพระนคร แล้วเกิดติดใจจึงมาเล่าให้แม่ครัวที่บ้านฟัง จึงเกิดเป็นเมนูอาหารชื่อ ก๊กซิมบี้ ซึ่งอาหารประเภทนี้เป็นทั้งอาหารคาวและหวาน
บางครั้งเมื่อใครได้รับประทาน รสชาติคล้ายๆกับ “หูฉลาม” จากการสืบค้นพบว่า ส่วนผสมในอาหารเป็นสาหร่ายชนิดหนึ่งชื่อว่า “โค่เซีนมหมี่” พบที่ตามท้องนา มีลักษณะเป็นเม็ดกลมน้ำเงินเข้มแกมเขียว เมื่อนำมาตากแห้งเพื่อเก็บรักษาได้นานๆ เมื่อแห้งแล้วมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆเรียวๆ เหมือนเมล็ดข้าวสาร หรือเห็ดหูหนูดำ ซึ่งทางภาคเหนือของไทยเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า ไข่หิน ดอกหินและเห็ดลาบ
เมื่อเร็วๆนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดสัมมนา แนวทางการขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่น สู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย โดยนำแนวคิดอาหารไทยในโบราณมาถ่ายทอดสู่ชนรุ่นหลัง และสร้างเป็นเมนูเด็ดขึ้นมา ภายใต้ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น”
ทางตัวแทนจังหวัดระนองได้นำอาหารท้องถิ่น “ก๊กซิมบี้” มาโชว์ในงานและให้แขกผู้มีเกียรติได้ชมกัน โดยมี”จันทนา ตันติเวทเรืองเดช” ร้านตินคาเฟ่ และผู้แทนเครือข่ายจ.ระนอง ที่นำไอเดียอาหารท้องถิ่นมาต่อยอดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาสินค้าจนขึ้นชื่อ
จันทนาได้นำมาต่อยอด เพิ่มมูลค่าสินค้าขึ้นมา โดยต่อยอดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นในอดีต ทั้งเรื่องการเลือกใช้วัตถุดิบ การปรุง จนได้รับความสนใจจากนักชิม สร้างแบรนด์ขึ้นมากลายเป็นของดีท้องถิ่น และยังสามารถสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นเป็นกอบ เป็นกำ เนื่องจากอาหารสมัยโบราณในอดีต บางคนลืมไปแล้ว ตามสภาพสังคม วัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนไป แต่เมื่อภาครัฐยื่นมือเข้ามาส่งเสริม เติมไอเดียสู่ชุมชน จนสามารถพัฒนาเมนูท้องถิ่นจนขึ้นชื่อ
