หน้าแรก ข่าวล่าสุด “บ.ข้าวดินดี” สร้างจุดต่างหันทำเกษตรอินทรีย์เจาะกลุ่มรพ.-เด็กรับเทรนสุขภาพมาแรง

“บ.ข้าวดินดี” สร้างจุดต่างหันทำเกษตรอินทรีย์เจาะกลุ่มรพ.-เด็กรับเทรนสุขภาพมาแรง

หนึ่งแหล่งเพาะปลกข้าวชั้นดีที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของภาคอีสาน จ.อำนาจเจริญ ที่มีเนื้อที่ทำนาเพาะปลูกข้าวหอมมะลิมากมาย แต่ละปีสามารถส่งออกไปจำหน่ายทวีปยุโรป สหรัฐอเมริกา เยอรมัน สวิสเซอร์แลนด์ และออสเตรเลีย รวมทั้งประเทศในแถบเอเชีย อย่างจีน ญีปุ่น และสิงคโปร์ ซึ่งต้องมีคุณภาพผ่านมาตรฐานรับรอง GAP, PGS, ORGANIC THAILAND IFOAM และ USDA ที่มีแหล่งรับซื้อ ข้าวทั่วไปและข้าวอินทรีย์

ดังนั้น เกษตรกรผู้ทำนาได้มีการรวมตัวเกิดขึ้น เป็นกลุ่มเกษตรในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อที่ให้การทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมี หาองค์ความรู้จากกรมพัฒนาชุมชน และหน่วยงานรัฐ คอยให้การสนับสนุน เพื่อที่นำผลผลิตส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศและขายในประเทศ ให้มีความมีระบบการตลาดที่คล่องตัวมากขึ้น

นายวัชรากร กิจตรงศิริ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ข้าวดินดี จำกัด กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หันมาสร้างแบรนด์ Happy Mill  กล่าวว่ากลุ่มผู้ค้าข้าวของตน เคยอยู่แวดวงโรงสีมานานในท้องถิ่นอำนาจเจริญ ค่อนข้างรู้กลไกการตลาดการค้าข้าวระดับหนึ่ง  โดยมองเห็นปัญหาเกษตรกรและรู้ถึงสุชภาพพี่น้องเกษตรกรพอประมาณ จึงอยากผลิตข้าวที่ดีมีคุณภาพเพื่อป้อนตลาดท็

ทั้งนี้ จากมองแนวโน้มการบริโภคข้าวของคนไทย หลังจากเจอสถานการณ์โควิท 19 ส่งผลให้ผู้บริโภคและคนรุ่นใหม่ หันมาใส่ใจเรื่องเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทางบริษัทเห็นโอกาสทางการตลาด จึงหันมาสร้างโปรดักส์ข้าว ออกสู่ตลาดเจาะกลุ่มนิช มาร์เก็ต ใช้ชื่อแบรนด์  Happy Mill (แฮปปี้ มิลค์) มีแผนที่นำสินค้าไปวางขายตามโรงพยาบาล เจาะกลุ่มแม่และเด็ก ที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพ อาทิ โจ๊กเด็ก และข้าวเด็ก โจ๊กหอมมะลิ

ส่วนการตลาดทั่วไป จะมุ่งเน้นขายตลาดในประเทศเป็นหลัก สัดส่วน 85 เปอร์เซ็นต์ โดยวางจำหน่ายท็อปส์ ซูเปอร์มาเก็ต ,ไรมอนด์ ฟาร์ม ส่วนที่เหลือส่งออกไปยังตลาดยุโรป และอเมริกา ซึ่งตลาดต่างประเทศค่อนข้างที่มีมาตรฐานการผลิตข้าวอินทรีย์สูง ต้องได้ตามข้อกำหนดวางไว้ โดยเฉพาะช้าวออร์แกนิค ต้องมีมาตรฐานสูง ทั้งแถบยุโรปและอเมริกา

“ภาคอีสาน ถือว่าเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว และข้าวออแกร์นิกชั้นดี แต่บางครั้งชาวนา ไม่สามารถขายข้าวในราคาที่ดีได้ แถมคุณภาพชีวิตไม่ดี เนื่องจากบางท้องที่ใช้สารเคมีเพาะปลูก เพราะฉนั้น การทำเกษตรยุคใหม่ จะต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพชีวิต จึงหันมานิยมทำเกษตรอินทรีย์ ผลิตข้าวออร์แกนิก ซึ่งจะทำให้ข้าวที่ปลูกราคาที่ดีขึ้น ถ้ามีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นทั้งเรื่องปรับปรุงดิน ปุ๋ย เลือกพันธุ์ข้าวและการใช้น้ำ”  นายวัชรากรกล่าว

กลยุทธ์การทำตลาดต่างประเทศของบริษัท จะเน้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้องสร้างพื้นฐานที่ดีให้เกิดความแข็งแกร่งก่อน ทั้งเรื่องแหล่งผลิตข้าวอินทรีย์อย่างน้อย เตรียมการระยะสั้น 3ปี ในเรื่องการตระเตรียมแหล่งที่นา การเพาะปลูก ต้องมีมาตรฐานตามแบบยุโรปและอเมริกาสูง จะต้องเป็นเกษตรอินทรีย์จริงๆตรวจสอบได้

Exit mobile version