หน้าแรก ข่าวล่าสุด แอกซ์ซิม แบงก์ จับมือเวฟ บีซีจี หนุนเกษตรกรไทยลดโลกร้อน แนะทำนาเปียกสลับแห้ง

แอกซ์ซิม แบงก์ จับมือเวฟ บีซีจี หนุนเกษตรกรไทยลดโลกร้อน แนะทำนาเปียกสลับแห้ง

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) และนายเจมส์ แอนดริว มอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวฟ บีซีจี จํากัด ลงนามในบนัทึกข้อตกลง ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนให้องค์กรต่าง ๆ รวมทัง้ภาคธุรกิจของไทย บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจก โดยใช้กลไกใบรับรองการผลิตไฟฟ้าพลงังานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates : RECs) และ คาร์บอนเครดิต รวมทงั้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรร่วมกันและแบ่งปันความรู้ เพ่ือยกระดบัประสิทธิภาพองค์กรและการ พัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับองค์กร ประเทศชาติ และโลกโดยรวม ณ EXIM BANK สํานักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2567

ความร่วมมือระหว่าง EXIM BANK และบริษัท เวฟ บีซีจี จํากัดในครัง้นี้สอดคล้องกบัเปา้หมาย EXIM BANK สกู่ารเป็น Green Development Bank โดยตอบสนองนโยบายรัฐบาลและเป้าหมายการพฒันาที่ยงั่ยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ขณะที่เวฟ บีซีจี เป็นผ้ใูห้บริการจดัหาและซือ้ขาย RECs ครบวงจรอนัดบัต้น ๆ ของประเทศไทย มีความสามารถในการจัดหา RECs จากโรงไฟฟ้าพลงังานหมนุเวียนจํานวน 8,000,000 RECs ต่อปี และตัง้เป้าหมายเพิ่ม RECs ใน Portfolio เป็น 15,000,000 RECs ต่อปี เพื่อสนับสนุนให้ ผู้ประกอบการไทยบรรลุเป้าหมายในการลดหรือชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้พลังงานและมีขีด ความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลกเพิ่มมากขึน้ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้าน Climate Technologies สําหรับโครงการปลกูข้าวนาเปียกสลบัแห้ง (Alternative Wetting and Drying : AWD) ช่วย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการปลกูข้าวได้ถึง 45% โดยการบริหารจดัการความสมดลุของปริมาณนํา้ในนาข้าว ลดการใช้นาํ้ และเพิ่มผลผลิต เป็นโอกาสในการพฒันาขีดความสามารถในการแข่งขนัและเพิ่มมลูค่าสินค้าเกษตรและ อตุสาหกรรมพนื้ฐานของประเทศไทยอย่างยงั่ยืน

นายเจมส์ กล่าวว่า ปัจจุบนัผ้ปูระกอบการทวั่โลกได้รับการกดดนัจากปัญหาโลกร้อน ให้ต้องปรับตวัเพื่อเป็น ทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก ความร่วมมือระหว่างเวฟ บีซีจี กับ EXIM BANK ในครัง้นีน้ับเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ไข ปัญหาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยงัอยู่ในระดบัสงูใน 2 อุตสาหกรรมหลกัของไทย ได้แก่ พลงังาน และเกษตร โดย เวฟ บีซีจี ร่วมกับ EXIM BANK จะเดินหน้าผลกัดนัให้ผู้ประกอบการ รวมทงั้เกษตรกรไทย หนัมาใช้ RECs เป็นกลไก ในการเพิ่มสดัส่วนพลงังานสะอาดหรือพลงังานหมนุเวียนในประเทศไทย โครงการนําร่องได้แก่ การปลกูข้าวนาเปียก สลบัแห้งเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อนัจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการส่งออกสินค้าเกษตรและสร้างความ แข็งแกร่งอย่างยงั่ยืนให้แก่ภาคเกษตรของไทย

กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวว่า ความร่วมมือในครัง้นีเ้ป็นหนึ่งในโครงการบุกเบิกที่ EXIM BANK จบัมือกบัเวฟ บีซีจี เพื่อสร้างผลลพัธ์ที่เป็นรูปธรรมให้เกิดการซือ้ขายคาร์บอนเครดิต กระต้นุให้เกิดความตระหนกัรู้และ ลงมือทําจริงในการสร้างระบบนิเวศคาร์บอนตํ่า ตัง้แต่ต้นนํา้ในภาคเกษตรกรรมและจนถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง กลา่วได้ว่า ทําให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจก อาทิ ก๊าซมีเทน ตงั้แต่แปลงนาข้าว ไปจนถึงการสง่เสริมให้มีผ้รูับซือ้ข้าวที่ มีก๊าซมีเทนตํ่า ในอนาคต EXIM BANK จะขยายความร่วมมือกับพนัธมิตรอื่น ๆ ต่อไปเพื่อขบัเคลื่อนการพฒันาอย่าง ยงั่ยืนตลอด Supply Chain การสง่ออกตงั้แต่ต้นนํา้ถึงปลายนํา้มากยิ่งขึน้

ทงั้นี ้EXIM BANK ตงั้เป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2573 และลดการ ปลอ่ยก๊าซเรือนกระจกสทุธิเป็นศนูย์ (Net Zero Emissions) ในปี 2593 เร็วกว่าเปา้หมายประเทศไทย 20 ปีและ 15 ปี ตามลําดบั โดยธนาคารมีเปา้หมายจะเพิ่มสดัส่วนสินเชื่อเพื่อความยงั่ยืนให้เป็น 50% ของพอร์ตสินเชื่อทงั้หมดภายใน ปี 2571 ขณะเดียวกัน เวฟ บีซีจี ตงั้เป้าหมายที่จะส่งเสริมการพัฒนาพลงังานหมุนเวียนในประเทศไทย นําไปส่กูาร บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยและประชาคมโลก โดยใช้ RECs เป็นหนึ่งใน เครื่องมือสําคญัสําหรับสง่เสริมให้เกิดการผลิตและการใช้พลงังานหมนุเวียนมากขึน้ ทงั้โดยตรงและโดยอ้อมในรูปแบบ ของการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ทําให้ทุกภาคส่วน รวมถึงคนตัวเล็กในสังคม สามารถเข้าถึง พลงังานสะอาดได้ และมีสว่นร่วมขบัเคลื่อนการพฒันาอย่างยงั่ยืนตงั้แต่ต้นนํา้ถึงปลายนํา้ไปด้วยกนั

Exit mobile version