Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุดไหมพันธุ์ใหม่ ศรีสะเกษ 72 เลี้ยงง่าย ขายคล่อง ใยไหมสีเหลืองเข้ม

ไหมพันธุ์ใหม่ ศรีสะเกษ 72 เลี้ยงง่าย ขายคล่อง ใยไหมสีเหลืองเข้ม

-

พันจ่าเอกประเสริฐ มาลัย อธิบดีกรมหม่อนไหม เผยถึงที่มาของไหมไทยพันธุ์ใหม่ พันธุ์ศรีสะเกษ 72 ว่า เกิดจากการพัฒนาพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้าน ชนิดลูกผสมเดี่ยว ที่กรมหม่อนไหมได้เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2549 โดยการรวบรวมสายพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้านจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ ใช้เวลา 2 ปี (2550-2551) ด้วยการคัดเลือกพันธุ์จนได้พันธุ์แท้ที่มีลักษณะสม่ำเสมอ

จนกระทั่งปี 2552 จึงนำไหมไทยพื้นบ้านที่คัดเลือกพันธุ์ได้ มาผสมพันธุ์เพื่อสร้างไหมพันธุ์ใหม่ และทำการเปรียบเทียบพันธุ์ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ พื้นที่ต่างๆ ได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ, แพร่, น่าน, ตาก, เชียงใหม่, อุบลราชธานี, ร้อยเอ็ด, มุกดาหาร, ชุมพร, สุรินทร์และนครราชสีมา จากนั้นได้มีการทดสอบพันธุ์ในภาคการเกษตร (Farmer test) ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, กำแพงเพชร, ศรีสะเกษ, ร้อยเอ็ด, มุกดาหารและชุมพร จึงได้ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 × วนาสวรรค์”

“ในปี 2560 มีการนำไหมไทยพื้นบ้าน ทับทิมสยาม 06 × วนาสวรรค์ มาเลี้ยงทดสอบการผลิตกระดาษใยไหมหรือแผ่นใยไหมประเมินความพึงพอใจของเกษตรกรที่ผลิตแผ่นใยไหม เราพบว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจในการผลิตแผ่นใยไหมจากไหมพันธุ์ดังกล่าว การประชุมคณะกรรมการพิจารณาพันธุ์หม่อนไหมครั้งที่ 1/2567 จึงมีมติเห็นชอบให้รับรองพันธุ์ไหมไทยพื้นบ้าน “ทับทิมสยาม 06 × วนาสวรรค์” เป็นพันธุ์ไหมแนะนำ โดยใช้ชื่อ “พันธุ์ศรีสะเกษ 72” ชื่อภาษาอังกฤษ คือ Si Sa Ket 72 และมีชื่อย่อ คือทับทิมวนา”

อธิบดีกรมหม่อนไหม บอกถึงคุณสมบัติเด่นของไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 ว่า เป็นพันธุ์ที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไหมมีความแข็งแรงเลี้ยงง่าย โดยมีการฟักออกสูงถึง 95.80% การเข้าทำรัง 97.27% ดักแด้สมบูรณ์ 90.07% ให้ผลผลิต รังไหมและเส้นไหมมีสีเหลืองเข้ม และเมื่อนำมาผลิตเป็นแผ่นใยไหมจะได้แผ่นใยไหมมีความละเอียด เงางาม สีเหลืองเข้ม และเส้นใยมีความสม่ำเสมอ โดยกรมหม่อนไหมสามารถผลิตไข่ไหมพันธุ์ศรีสะเกษ 72 ปีละกว่า 30,000 แผ่น

สำหรับที่มาของ การใช้ชื่อ “ศรีสะเกษ 72” พันจ่าเอกประเสริฐ เผยว่า เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม 2567 และจากนี้ได้เตรียมการที่จะนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรเพื่อนำไปเลี้ยงต่อเพื่อผลิตเป็นรังไหม เส้นไหมและแผ่นใยไหม ในการต่อยอดสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมต่อไป

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

พลิกโชคชะตาพารวย!ก๋วยเตี๋ยวสู้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำ “ลูกชิ้นหมูเด้งปั้นสด ปลอดสารพิษ

เปิดตำนานบทใหม่ของ “นายฐากร ซ่อนกลิ่น” อดีตผู้ใหญ่ ที่ตัดสินใจวางตำแหน่งที่ภาคภูมิใจ หันมาจับตะกร้อลวกเส้นเคียงข้างภรรยาคู่ใจ พร้อมปั้นลูกชิ้นสดเสิร์ฟลูกค้า หลังจากเผชิญมรสุมชีวิตที่รายได้ไม่พอจุนเจือครอบครัว จนต้องนำโฉนดที่ดินไปจำนองแลกเงินทุน 150,000 บาท มุ่งหน้าจากอำเภอกาบเชิง เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ตัวเองในเส้นทางสายอาชีพพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวที่เริ่มต้นจากศูนย์ จุดเด่นที่ทำให้ร้าน “ก๋วยเตี๋ยวแท้ปั้นสด บุฟเฟต์ลูกชิ้น” รสชาติติดอกติดใจลูกค้า คือลูกชิ้นปั้นสดทำเองที่เป็นซิกเนเจอร์ ซึ่งนายฐากร ต้องดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯ ไปร่ำเรียนและลองผิดลองถูกอยู่นาน จนได้ลูกชิ้นเนื้อเด้งสูตรเด็ดที่ “ปั้นสดๆ โชว์หน้าร้าน”...