จากเหตุรถยนต์ไฟฟ้า ไปประสบอุบัติภัยทางธรรมชาติ ถูกน้ำท่วม จนมิดเกือบทั้งคัน เมื่อเร็วๆนี้นั้น โดยเกิดฝนตกหนัก ถ.ย่านนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 1 ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จนทำให้เกิดน้ำท่วมสูง รถไม่สามารถสัญจรได้
ขณะเดียวกัน เฟซบุ๊ก เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง ได้เผยแพร่ภาพรถยนต์ไฟฟ้าที่ประสบปัญหาน้ำท่วมรถ พร้อมระบุข้อความว่า “รถไฟฟ้า ต้องเปลี่ยนแบตทั้งชุดประมาณ 3 แสนกว่าบาท เจ้าของรถถอดใจ ผ่อนรถยังไม่หมด ประกันไม่จ่ายเพราะไม่ใช่อุบัติเหตุ
อย่างไรก็ตาม ทีมประชาสัมพันธ์ของบีวายดี (BYD) ซึ่งเป็นแบรนด์ของรถคันนี้ ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบพบว่ารถคันเกิดเหตุมีน้ำเข้ามาในตัวรถ เบื้องต้นประกันของรถยนต์คันนี้ได้ดูแลและคุ้มครอง ก่อนซ่อมเครื่องยนต์ ตัวถังรถที่น้ำเข้ามา ส่วนแบตเตอรี่รถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เนื่องจากมีการป้องกันเป็นอย่างดี
จากกกรณีนี้ หลายฝ่ายโดยเฉพาะผู้บริโภคที่กำลังจับตาดูสถานการณ์รถไฟฟ้า ว่าสมควรจะซื้อหรือไม่นั้น ก็เริ่มวิตกกังวลขึ้นมาทันทีว่า หากต้องมาประสบกับปัญหาเช่นนี้จะทำอย่างไร สำคัญที่สุดคือ การเคลมประกันภัยของรถไฟฟ้าจะแตกต่างกับรถทั่วไปหรือไม่
มาหาคำตอบด้วยกัน
หลักเกณฑ์คิดเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า
ประกันรถยนต์ไฟฟ้า จะมีความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์เฉพาะของรถไฟฟ้า โดยเบี้ยประกันรถไฟฟ้า จะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปประมาณ 10-20% เมื่อพูดถึง ความแตกต่างของประกันรถยนต์ไฟฟ้า กับ ประกันรถยนต์ทั่วไปแล้ว ประกันรถยนต์ไฟฟ้าจะมีความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับอุปกรณ์เฉพาะของรถไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องชาร์จ เบี้ยประกัน:
เบี้ยประกันรถไฟฟ้า ที่ว่าสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปประมาณ 10-20% นั้น สาเหตุหลัก มาจาก ราคาอะไหล่รถไฟฟ้ามีราคาสูงกว่า เทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่า ช่างผู้ชำนาญยังมีจำนวนจำกัด บางบริษัทประกัน อาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ระบุชื่อผู้ขับขี่ ในส่วนของการการคุ้มครองแบตเตอรี่ อาจจะมีการจำกัดวงเงิน หรือ คุ้มครองเฉพาะกรณีเกิดอุบัติเหตุ
โดยความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า จะประกอบด้วย ความเสียหาย หรือ สูญหาย ของเครื่องชาร์จ สายชาร์จ และแน่นอนคือแบตเตอรี่ คุ้มครองค่าใช้จ่าย ในการชักลากรถ ไปยังสถานีชาร์จ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน กรณีเกิดปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่ เบี้ยประกันรถไฟฟ้า
วงเงินคุ้มครองของประกันรถยนต์ไฟฟ้า จะขึ้นอยู่กับประเภทของประกัน และ แผนประกันที่เลือก
โดยเบี้ยประกันรถไฟฟ้า จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รุ่นรถยนต์ ราคารถ มูลค่าแบตเตอรี่ ประเภทของประกัน แผนประกัน ข้อมูลผู้ขับขี่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 มักคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ อาจมีข้อยกเว้น หรือ เงื่อนไขเพิ่มเติม ระดับความสูงของน้ำที่ท่วม ระยะเวลาที่รถจมน้ำ สาเหตุของน้ำท่วม ค่าเสียเวลา
ผลของรถยนต์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วมมิดคัน
เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วมมิดคัน ผลร้ายแรงจะมากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะความเสี่ยงไฟฟ้าช็อต แม้ระบบไฟฟ้าของรถยนต์ไฟฟ้าจะออกแบบให้ปลอดภัย แต่หากน้ำเข้าไปในระบบไฟฟ้า อาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อต เกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า เกิดไฟไหม้ และแน่นอนว่า แบตเตอรี่ต้องเสียหายแน่นอน ซึ่ง: แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอาจจะมีราคาถึงครึ่งต่อครึ่งของรถทั้งคันทีเดียว
เคล็ดลับเคลมประกันรถยนต์ไฟฟ้า
แหล่งข่าวที่คร่ำหวอดในวงการสื่อรถยนต์ ให้ทัศนะ ถึงสถานการณ์รถไฟฟ้าปัจจุบันว่า รถไฟฟ้าข้อดี คือประหยัดรถน้ำมัน แต่จุดอ่อน คือ ความสะดวกในการเดินทาง เพราะสถานีหรือจุดชาร์จยังน้อยกว่าปริมาณ รถที่มีอยู่ รวมถึงความไม่สะดวกในการชาร์จไฟที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ที่สำคัญราคาแบตเตอรี่ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมีราค่อนข้างสูงเกือบจะเท่าตัวรถ บางบริษัทประกันภัยไม่รับประกันรถไฟฟ้า หรือถ้ารับเบี้ยประกันก็จะสูงกว่ารถยนต์ทั่วไป
กรณีที่เกิดขึ้นที่ศรีราชามีความเป็นไปได้ที่จะไม่ได้ค่าสินไหมทดแทน เนื่องจาก เป็นข้อยกเว้นในเงื่อนไขการรับประกันภัย เพราะถนนที่ถูกน้ำท่วม ผู้ขับขี่ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าจะมีความเสียหายต่อตัวรถ จึงถือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่เอง

อย่างไรก็ตามขณะนี้มีผู้คนถามกันมากว่า กรณีรถยนต์ไฟฟ้าถูกน้ำท่วมเข้าไปในรถ จะเคลมประกันได้หรือไม่ โดยจะแบ่งเป็น 2 กรณีคือ
- เคลมประกันได้: ประกันรถยนต์ชั้น 1 โดยทั่วไปแล้ว ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม ประกันจะคุ้มครองหากรถไม่ได้จมใต้น้ำนานเกินไป หรือ น้ำท่วมสูงถึงระดับเครื่องยนต์
- เคลมประกันไม่ได้: โดย ประกันชั้น 2+ หรือ 3+: ประกันชั้นเหล่านี้ ปกติไม่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม
เงื่อนไขพิเศษ แต่ละบริษัทประกันอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม ในเรื่องความเสียหายจากการใช้งานผิดประเภท เช่น ขับขี่รถลุยน้ำท่วมสูงเกินระดับที่ระบุในคู่มือรถ ขับขี่รถด้วยความประมาทเลินเล่อ
ประเด็นสำคัญคือ ระดับความเสียหาย ประกันจะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ขึ้นอยู่กับความลึกของน้ำและระยะเวลาที่รถจมอยู่ใต้น้ำ โดยหลักฐานที่จำเป็นต้องมี คือ หลักฐานที่แสดงว่ารถถูกน้ำท่วม เช่น รูปถ่าย วิดีโอ หรือบันทึกจากสื่อต่างๆ อย่างไรก็ตาม แต่ละบริษัทประกันอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม กรุณาตรวจสอบกับบริษัทประกัน
โอกาสที่รถยนต์ไฟฟ้าจะประสบเหตุน้ำท่วมในช่วงต่อไปมีมากขึ้น เพราะว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมบ่อยขึ้น ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีรถยนต์ไฟฟ้าบนท้องถนนมากขึ้นในขณะที่ โครงสร้างพื้นฐาน ยังไม่รองรับรถยนต์ไฟฟ้า
ดังนั้น มีข้อเตือนใจ คือ ต้องตรวจสอบระดับน้ำ ก่อนขับขี่ หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วม ประเมินความเสี่ยง ระดับน้ำ แรงดันน้ำ ระยะทาง ระดับความสูงของรถ การขับขี่ควรขับด้วยความเร็วต่ำ ระวังสิ่งกีดขวางนอกจากนั้น ก่อนลุยน้ำ ปิดระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันไฟฟ้าช็อต หลังจากลุยน้ำ ตรวจสอบระบบไฟฟ้า เบรก ยาง ฯลฯ สำคัญอย่างยิ่งคือ เลือกประกันที่คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม








