นางสาวกังสดาล ชาตกุล เกษตรจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า หลังจากนำคณะลงพื้นที่เยี่ยมเยือนเกษตรกรผู้ปลูกสวนหอมแดงในพื้นที่ต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ทั้งพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้กับกลุ่มเกษตรกร และรับฟังปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการที่ปลูกหอมแดงแปลงใหญ่ที่มีพื้นที่ปลูกถึง 120 ไร่ มีสมาชิกร่วมโครงการ 37 ราย ซึ่งถือเป็นพื้นที่การเกษตรเรื่องหอมแดงโดยเฉพาะ ซึ่งเป้าหมายในการลงพื้นที่พบปะเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาหอมแดงชัยภูมิ ให้เป็นที่ยอมรับของตลาดผู้บริโภค ตลาดอุตสาหกรรม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งได้เสนอแนวทางการพัฒนาไว้ 5 ด้าน ประกอบด้วย
1.ด้านลดต้นทุนการผลิต โดยให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึงไร่ละ 18,500 บาท ทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่อไร่เพิ่มขึ้นถึง 36,000 บาท/ไร่ นอกจากนี้ยังแนะนำให้เกษตรกรทำแปลงทดลอง การปลูกหอมโดยใช้เมล็ดพันธุ์หอมแทนการเก็บพันธุ์เป็นหัวหอม อาจทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วย
2.เพิ่มผลผลิต โดยการคัดเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และเป็นที่ต้องการของตลาด ปัจจุบันเกษตรกร ใช้ปลูกอยู่ 3 ชนิดคือ พันธุ์อินโด พันธุ์พระราชทาน และพันธุ์พื้นบ้าน นอกจากนี้ยังพัฒนาเรื่องการใช้น้ำแบบท่อพ่นฝอยแทนน้ำหยด และ ใช้โดรน ในการให้ปุ๋ยและพ่นยา ทำให้ทั้งลดต้นทุนและผลผลิตสูงขึ้น

3.การตลาด ปัจจุบันมีพ่อค้าคนกลาง จากหลายจังหวัด เช่น ศรีษะเกษ น่าน เพชรบูรณ์ พ่อค้าเร่ เข้ามารับหอมแดงไปจำหน่ายในชื่อของตนเอง จึงเสนอแนวคิดในการประชาสัมพันธ์หอมแดงชัยภูมิ ให้เป็นที่รู้จัก และติดตลาดต่อไป ด้วยคุณสมบัติพิเศษของหอมที่นี่ คือ หัวใหญ่ สีแดง หัวใหญ่ เก็บไว้ได้นาน และปลอดภัยจึงเป็นที่ต้องการของวงการอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้บริโภคในไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันมีโรงงานแปรรูปอาหาร มารับซื้อถึงที่ 2 แห่ง คือ บ.อกรีฟู๊ด จำกัด และ บ.ตลาดไทยซีเล็ค จำกัด รวมทั้งตลาดไท และตลาดในจังหวัดชัยภูมิเอง อนาคตน่าจะได้ทำสัญญาการซื้อขายกับบริษัทต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการส่งออกสู่ตลาดอินโดจีนต่อไป
4.พัฒนาด้านวิชาการ ให้ได้รับความรู้ และวิทยาการด้านการเกษตรใหม่ๆ เทคโนการเกษตรมีการวิจัยและพัฒนาคุณภาพของผลผลิตการเกษตรที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม การกำจัดศัตรูพืชโดยใช้สารชีวภาพ เป็นการพัฒนาผลผลิตหอมแดงธรรมชาติไปสู่หอมแดงปลอดภัย และหอมแดงอินทรีย์ เพื่อเปิดตลาดสุขภาพ ซึ่งปัจจุบันหอมแดงโปร่งมีชัย ชัยภูมิ ได้มาตรฐานรับรองคุณภาพ มาตราฐาน GAP มาตรฐานเกษตร เป็นหลักประกันอยู่แล้วและ
5. ด้านการบริหารจัดการกลุ่ม สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม พัฒนาระบบ มีการพัฒนาศักยภาพเกษตรกร มีรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม การทำบัญชี และทุนสำรอง เพื่อมีอำนาจการต่อรองราคาผลผลิต ซึ่งปัจจุบันมีทุนหมุนเวียนอยู่ถึง 5 ล้านกว่าบาท
ขณะที่นายวิชัย มีชำนาญ ประธานกลุ่มผู้ริเริ่มปลูกสวนหอมแดงโคกเริงรมณ์ และมีประสบการณ์ปลูกหอมแดงมากว่า 20 ปี กล่าวว่า ไปเรียนรู้การปลูกหอมแดงจากเชียงใหม่และเชียงราย ได้นำพันธุ์หอมแดงมาปลูกที่บ้านโปร่งมีชัย ต.โคกเริงรมย์ อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ ลองผิดลองถูกจนได้ผลดี ก็ชักชวนให้เกษตรกรใกล้บ้านมาร่วมปลูกหลายราย และขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ จนขณะนี้มีสมาชิกถึง 37 ราย และมีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากในแต่ละปี สามารถปลูกหอมแดงใหญ่ได้ถึง 2 รอบ ทำรายได้ดีกว่าปลูกพืชไร่ชนิดอื่น อีกทั้งใช้น้ำน้อย จึงประหยัดต้นทุนในการปลูกไปในตัว ส่วนผลผลิตที่เป็นแรงจูงใจ คือการเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไร่ละประมาณ 3-4 ตัน ราคาขายอยู่ที่ ก.ก.ละ 50-60 บาท
นายวิชัย กล่าวต่อว่า ต้นทุนการเพาะปลูกอยู่ที่ 13,600 บาท/ไร่ แต่สามารถทำรายได้ไร่ละ 120,000 บาท และสามารถปลูกได้ถึงปีละ 2 ครั้งๆละประมาณ 4 เดือน โดยเกษตรกรสามารถเก็บหัวพันธุ์ไว้ใช้ได้เองโดยไม่ต้องไปซื้อหามาเพิ่มเติมส่วนพันธุ์หอมแดงใหญ่ที่ใช้ปลูกมี 3 ชนิดด้วยกัน คือ พันธุ์อินโด พันธุ์พระราชทาน และพันธุ์น้ำปาด ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นของหอมแดงใหญ่โปร่งมีชัย คือ หัวใหญ่ สีแดงจัด เก็บไว้ได้นาน บริโภคปลอดภัย จึงเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป ปัจจุบันกลุ่มได้จดทะเบียนพาณิชย์ในนามกลุ่ม “ห้างหุ้นส่วนจำกัดแปลงใหญ่หอมแดง บ้านโปร่งมีชัย” เป็นที่รู้จักของพ่อค้าและกลุ่มผู้บริโภค