งานฝีมือ “ผลิตหัวสิงโตกระดาษ” กลายเป็นงานศิลปะมรดกตกทอดมาจากครอบครัวมาสู่ “ประชา แสนบุญ” อายุ60 ปีที่คลุกคลีอยู่กับวงการเชิดสิงโต ย่านฝั่งธนมายาวนาน วันหนึ่งเริ่มหันมาเอาดี งานแปะกระดาษแข็งทำหัวสิงโตที่ใช้เชิดตามงานตรุษจีน งานวัดและตามงานพิธีต่างๆ จนเกิดความชำนาญ ยึดเป็อาชีพหล่อเลี้ยงตัวเองได้จนถึงวันนี้
ประชา เล่าว่า ตลอด 20 ปี ที่ผ่านมา ที่ตนอยู่กับหัวสิงโต จนสร้างอาชีพใหม่ขึ้นมาสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ด้วยการทำหัวสิงโตกระดาษขายตามงานวัดต่างๆ เพื่อมาวางขายให้เด็กที่มาเที่ยวตามงานวัด และงานเทศกาลต่างๆย่านฝั่งธนและชานเมืองกรุงเทพฯ ซึ่งพ่อแม่ ผู้ปกครองบางคนจะซื้อเป็นของฝากไปฝากบุตรหลานกัน ราคาขายแค่หัวละ 400 บาท

การทำหัวสิงโตแปะกระดาษ ค่อนข้างที่จะต้องใช้เทคนิค และงานศิลปะพอสมควร แต่ตนอาศัยที่ทำมานาน เรียนรู้วิธี การติดกาวบนกระดาษ และการขึ้นรูปหัวสิงโต เพื่อให้ดูเหมือนจริงคล้ายกับ หัวสิงโตที่ใช้เชิดตามงานเทศกาลต่างๆ แต่พอมาทำขายกับเยาวชน จะต้องมีสีสัน ฉูดฉาดระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าเด็กๆชอบกัน ส่วนการแปะกระดาษหัวสิงโตนั้น จะต้องใช้เวลาทำ2-3 ชั่วโมง สามารถทำได้หนึ่งหัวเท่านั้น
ปัจจุบันงานผลิตหัวสิงโต เริ่มหาช่างระดับฝีมือยาก เพราะคนรุ่นใหม่ เขาไม่ค่อยสนใจจะมาประดิษฐ์กัน อาศัยเทคโนโลยีมาช่วยออกแบบ ต่างกับยุคก่อนๆจะมีคนจีนนิยมประดิษฐกัน แล้วถ่ายทอดฝีมือให้จากรุ่นสู่รุ่น ส่วนเรื่องการตลาดนั้น จะวางขายตามเทศกาลงานวัดใหญ่ๆทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ถ้ามีโอกาสตนจะเดินสายไปขายตามต่างจังหวัดบ้าง แต่ทั้งนี้ ต้องมีสินค้าที่พร้อมไปขายด้วย
“คนรุ่นใหม่บางคน เขาไม่ค่อยสนใจ แต่เด็กๆนั้นชอบหัวสิงโต เพราะดูจากการเชิดสิงโต เขาอยากได้มาเป็นของเล่นที่บ้าน ส่วนผู้ปกครองยุคเก่าๆที่ชอบไปเที่ยวตามงานวัด จะรู้จักของเล่นประเภทนี้ดี ก็อยากซื้อกลับไปฝากลูกหลาน เพื่อเตือนความทรงจำในอดีตได้หันมาแนะนำลูกๆมาเล่นเชิดสิงโตกัน”
ตลาดของเล่นแนวย้อนยุคหัวสิงโต งานกระดาษประดิษฐ์แบบนี้ ยังพอไปได้ เพราะว่าในตลาดไม่ค่อยจะนิยมทำมาวางขายกันมากนัก นอกจากจะเห็นขายกันตามงานวัดต่างๆ ส่วนราคาไม่มีปัญหา เพราะลูกค้าบางคนมีกำลังซื้อพอ แต่เด็กๆอาจดูราคาสูงไปนิด