Google search engine
หน้าแรกข่าวล่าสุด‘สังคมผู้สูงอายุ’ สร้างโอกาสให้ ‘ธุรกิจไทย’

‘สังคมผู้สูงอายุ’ สร้างโอกาสให้ ‘ธุรกิจไทย’

-

ปี 2567 เป็นปีที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ โดยปี 2566 ที่ผ่านมา ประชากรผู้สูงอายุในไทย (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ หรือประมาณ 13 ล้านคน (ประชากรไทยทั้งประเทศ จำนวน 66,057,967 คน : ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย) ขณะที่ รายงาน World Population Prospects 2022 ขององค์การสหประชาชาติ คาดการณ์ตัวเลขจำนวนประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 พันล้านคน โดยเป็นผู้มีอายุมากกว่า 65 ปี อยู่ที่ 10% และคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นภายในปี 2593 เป็น 16%

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กลุ่มผู้สูงอายุในประเทศไทยเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ มีอำนาจทางการเงิน และมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัว จึงเป็นโอกาสของธุรกิจไทยในการนำเสนอสินค้าและบริการให้ตรงตามความต้องการของประชากรกลุ่มนี้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและสุขภาพ ซึ่งเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุทุกคน เบื้องต้น กรมฯ ได้วิเคราะห์ความต้องการของผู้สูงอายุที่น่าสนใจออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ได้แก่ 1) ความต้องการปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ประกอบด้วยปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่มห่ม ยารักษาโรค เพื่อเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ทำให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข 2) ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต โดยเฉพาะความมั่นคงและปลอดภัยทางการเงิน เพื่อสร้างหลักประกันที่จะสามารถเก็บเงินไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและเหตุฉุกเฉินต่างๆ 3) ความต้องการสุขภาพกายและใจที่ดี โดยเฉพาะการเข้าถึงระบบสาธารณสุขที่จำเป็น การทำกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลต่อความแข็งแรงและเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ

อธิบดีอรมนฯ กล่าวต่อว่า การดำเนินธุรกิจบนความต้องการปัจจัยพื้นฐานของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีลักษณะและรูปแบบที่แตกต่างจากช่วงวัยอื่นๆ ได้แก่ อาหาร ที่ต้องออกแบบเป็นการเฉพาะทั้งด้านรูปลักษณะ รสสัมผัส คุณค่าและปริมาณตามโภชนาการที่เหมาะสม โดยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจผลิตอาหารปรุงสำเร็จ ธุรกิจผลิตอาหารปรุงสำเร็จแช่แข็ง ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร ธุรกิจบริการด้านเครื่องดื่ม ฯลฯ ที่อยู่อาศัย ออกแบบเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ เครื่องอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการทำกิจกรรมต่างๆ ในที่พักอาศัย ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจออกแบบและตกแต่งภายใน ธุรกิจผลิตเฟอร์นิเจอร์ ธุรกิจขายส่ง/ขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ เสื้อผ้า ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระ การเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมตามกาลเทศะช่วงวัยดังกล่าว ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ธุรกิจผลิตเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ธุรกิจผลิตชุดชั้นในและชุดนอน ธุรกิจขายส่ง/ขายปลีกเสื้อผ้า ฯลฯ และ ยารักษาโรค ที่สามารถรักษาหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นให้เหมาะสมกับสภาวะร่างกายในช่วงสูงวัย ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล คลินิกรักษาโรคทั่วไป ธุรกิจผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีที่ใช้รักษาโรค ธุรกิจปลูกพืช เครื่องเทศ เครื่องหอมรักษาโรค ฯลฯ

ทั้งนี้ จำนวนจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของสังคมผู้สูงอายุในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2564 – 2566) มีแนวโน้มการจัดตั้งเพิ่มขึ้น โดยในปี 2564 จัดตั้ง 10,676 ราย ทุน 38,431 ล้านบาท ปี 2565 จัดตั้ง 13,915 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 3,239 ราย หรือ 30.33%) ทุน 50,153 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2564 จำนวน 11,722 ล้านบาท หรือ 30.50%) ปี 2566 จัดตั้ง 16,913 ราย (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 2,998 ราย หรือ 21.55%) ทุน 53,276 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 3,123 ล้านบาท หรือ 6.22%)

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของสังคมผู้สูงอายุที่ดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566) มีจำนวนทั้งสิ้น 140,923 ราย คิดเป็น 15.83% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ และมีมูลค่าทุน 3,501,834.40 ล้านบาท คิดเป็น 16.13% ของธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทย ธุรกิจฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 55,668 ราย คิดเป็น 39.50% และมีทุนจดทะเบียนรวม 2,450,129.05 ล้านบาท คิดเป็น69.96% เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางทางธุรกิจและมีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมาก

นอกจากความต้องการด้านปัจจัยพื้นฐานแล้ว ความต้องการความมั่นคงและความปลอดภัยในชีวิต ก็เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิตให้กับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงทุนที่ผู้สูงอายุเริ่มมองหาช่องทาง การลงทุนต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเงินสำหรับใช้จ่ายยามเกษียณ หรือแม้แต่การออมเงินเพื่อเก็บไว้ให้กับลูกหลาน หากไม่บริหารจัดการเงินหรือทรัพย์สินที่มีอยู่ให้ดี อาจทำให้ประสบปัญหาในการดำรงชีวิตได้ในอนาคต หรือแม้แต่ตัวช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายเมื่อยามเจ็บป่วยก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้สูงอายุด้วยเช่นกัน ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการการเงิน ธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันภัย ฯลฯ ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องหาช่องทาง รูปแบบการลงทุน หรือหลักประกันที่เหมาะสมกับช่วงอายุ ความเสี่ยงและผลตอบแทนต่างๆ เพื่อจูงใจกลุ่มผู้สูงอายุดังกล่าว

สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดี ก็เป็นส่วนหนึ่งของความต้องการของทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลและการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ด้วยเหตุแห่งความเสื่อมถอยของร่างกาย ประกอบกับสภาวะฮอร์โมนในร่างกายที่มีความแปรปรวนที่ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึก การมีกิจกรรมที่เข้ามากระตุ้นจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจ ซึ่งธุรกิจที่น่าสนใจที่สามารถสร้างโอกาสในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจสถานออกกำลังกาย ธุรกิจกิจกรรมด้านการกีฬา ธุรกิจจัดนำเที่ยว ธุรกิจสปา ธุรกิจกิจกรรมด้านความบันเทิง ธุรกิจโรงแรม รีสอร์ท เกสต์เฮ้าส์ ที่พักสัมผัสวัฒนธรรมชนบท ฯลฯ โดยอาจจัดหาอุปกรณ์และโปรแกรมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในการออกลังกาย หรือแม้แต่การท่องเที่ยวที่สะดวก มีกิจกรรมที่เหมาะสม และสามารถสร้างประสบการณ์และทัศนคติที่ดีให้กับผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้นำเสนอข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธุรกิจที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุที่กรมฯ ได้ทำการศึกษาและวิเคราะห์ แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ในอนาคต จะส่งผลให้ ‘ทุกธุรกิจ’ ล้วนได้รับผลกระทบ โดยภาคธุรกิจต้อง ‘ปรับตัว’ และ ‘แสวงหาโอกาส’ ในการดำเนินธุรกิจจากความต้องการสินค้าและบริการของ ‘ผู้สูงอายุ’ ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และตลาดที่ขยายขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึง ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุอาจเป็นส่วนสำคัญของ ‘โอกาส’ ในการดำเนินธุรกิจ และสร้างฐาน ‘กลุ่มลูกค้าใหม่’ ให้กับธุรกิจ

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงในการบริหารจัดการธุรกิจ คือ การเติบโตของธุรกิจที่มีความยั่งยืนและสามารถรักษาฐานลูกค้าที่มั่นคงไว้ได้ โดยหากสามารถผลิตหรือจำหน่ายสินค้าและบริการที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้ง การสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าให้มีต่อสินค้าหรือบริการ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถขายสินค้าบริการนั้นไปตลอดอายุของลูกค้า สร้างฐานลูกค้าที่มั่นคง ส่งผลให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง เป็นการสร้างโอกาสที่ดีในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึง ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วมในการออกมาตรการหรือนโยบายในการดำเนินธุรกิจในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโต เข้มแข็ง และแข่งขันได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รองรับสังคมผู้สูงอายุที่ครอบคลุมทุกประเทศทั่วทุกมุมโลกในอนาคตอันใกล้นี้” อธิบดีอรมน กล่าวทิ้งท้าย

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -spot_img

ข่าวล่าสุด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ โค่นสวนยาง 40 ไร่ ปลูกทุเรียนกว่า 1,200 ต้น ริมเทือกเขาบรรทัด

จากอดีตข้าราชการป่าไม้ "นายสนิท องศารา" หรือ "ลุงหนิด" วัย 65 ปี ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่สู่เจ้าของสวนทุเรียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ ต.ช่อง อ.นาโยง จ.ตรัง "ลุงหนิด" วัย 65 ปี บอกว่า  หลังเกษียณอายุราชการ ตัดสินใจโค่นสวนยางพารากว่า 40 ไร่เพื่อปลูกทุเรียน 4 สายพันธุ์...