หน้าแรก ข่าวล่าสุด ชีวิตที่ออกแบบไม่ได้ ‘พรภวิษย์’ แม่ทัพเมืองสุรินทร์ ขอทุ่มสุดใจเพื่อเกษตรกร

ชีวิตที่ออกแบบไม่ได้ ‘พรภวิษย์’ แม่ทัพเมืองสุรินทร์ ขอทุ่มสุดใจเพื่อเกษตรกร

ชีวิตต้องสู้ของ “พรภวิษย์ เสริมสิริ” อดีตนักศึกษาช่างเชื่อม วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ที่มีความมุ่งมั่นจบการศึกษาสายช่าง อยากทำงานรับราชการเหมือนเด็กบ้านนอกทั่วไป แต่ไม่สมหวังดังใจคิด ฟ้าลิขิต ชีวิตพลิกผันหันเหต้องไปขุดทองใช้แรงงานที่ประเทศสิงคโปร์ร่วม5ปี เขาใช้ชีวิตในแคมป์ผู้ใช้แรงงานไทยได้เรียนรู้รสชาติชีวิตการทำงานในต่างแดน

จนเริ่มปีกแข็งมีประสบการณ์หอบกระเป๋าไปใช้แรงงานที่ประเทศไต้หวันต่อ ดินแดนขุมทองของแรงงานไทยที่ไปเสี่ยงดวง ในฐานะผู้คุมงานโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ด้วยเงินค้าจ้างร่วม 6 หมื่นบ าทต่อเดือน ถือว่าเป็นเงินก้อนโตสำหรับเด็กบ้านนอก จากจังหวัดสุรินทร์

ด้วยความที่ครอบครัวไม่ได้มีสถานะร่ำรวยมากมาย อาชีพทำนา ปลูกข้าว ในภาคอีสาน แต่ด้วยความพยายามของเด็กหนุ่มบ้านนอก เลือกใช้ชีวิตที่ไม่ประมาทแดดสู้ฟ้า หน้าสู้ฝน ยอดอดทน สู้งาน หวังว่าจะเก็บเงินก้อนโตกลับเมืองไทย เขาไม่เที่ยว ไม่หลงแสงสี จนสามารถก่อร่างสร้างตัว กลับมาบ้านเกิดสร้างบ้านหลังเล็กๆ ซื้อรถ ซื้อที่ดินร่วม10ไร่ เพื่อหวังปูฐานทำมาหากินในอนาคต ยามแก่เฒ่า

จนกระทั่งได้เรียนรู้ประสบการณ์งานช่างระดับฝีมือ พอกลับมาเมืองไทยสามารถนำวิชาความรู้และประสบการณ์ทำงานมารับเหมางานก่อสร้างเล็กๆเป็นจุดเริ่มต้น ในแถบจังหวัดภาคอีสานได้บ้าง จนได้โอกาสจากผู้ใหญ่ได้งานรับเหมาก่อสร้าง โครงการในท้องถิ่นเมืองโคราช ชีวิตหักเหอีกครั้งได้คว้างานประมูลมูลค่า 1-2แสนบาท เริ่มมีผลงานและชื่อเสียงพอ จนได้คว้างานก่อสร้างสะพาน จ.นครราชสีมา แม้ว่า จะได้เงินช้า แต่ชัวร์เรื่องค่าใช้จ่าย ช่วงนั้นชีวิตเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ลืมตาอ้าปากได้

พอปี 2540 ประเทศไทยเจอวิกฤติฟองสบู่แตก งานรับเหมาโครงการต่างๆที่ได้เข้าไปรับก่อสร้าง เริ่มประสบปัญหาทางการเงิน รับเช็คเด้ง เงินขาดสภาพคล่อง จนทำให้ช่วงนั้น มีปัญหาเรื่องการเงินมาก เหมือนกับว่าทำงานแล้วโดนโกง  ชีวิตเครียดมากแทบฆ่าตัวตาย เพราะหมดสิ้นทุกอย่างจากที่เคยมีเงิน มีทอง กลับเป็นศูนย์ติดลบ ต้องเอาเงินสำรองที่เคยเก็บหอมรอมริบมาจ่ายค่าแรงให้ลูกน้องหมด จำได้ว่ามีหนีสิ้นเฉียด10ล้าน ที่ค้างกับร้านค้าวัสดุก่อสร้าง อีกทั้ง ลูกกำลังเรียนหนังสือหมดทางสู้ ท้อแท้ หมดกำลังใจ

อีกทั้ง มาเจอวิกฤติน้ำท่วมใหญ่กระหน่ำเข้ามาอีกลูก งานรับเหมาโครงการที่กำลังดำเนินงานอยู่ ไม่สามารถที่ก่อสร้างได้ตามกำหนดระยะเวลาที่ตกลงไว้กับคู่สัญญาโดนจ่ายค่าปรับมหาศาล ต้องแบกภาระหนี้สินจนพ้นตัว

พรภวิษย์ ขอกลับมาบ้านเกิด จ.สุรินทร์ ด้วยความเครียด นอนไม่หลับ คิดหนัก มาปรึกษาครอบครัว ชีวิตขอยุติงานรับเหมาก่อสร้างเสียที เพราะหากทำไปโดนโกงหมด  เพราะเชื่อใจคนมากเกินไป ขอกลับมาบ้านทำงานขนาดเล็กพอเลี้ยงตัวเอง และครอบครัวได้พอกิน พอใช้ จึงได้งานรับเหมาโครงการตึกเล็กๆขนาด4ชั้น

ซึ่งวันนั้นงานเร่ง กระโดดลงมาจากนั่งร้านพลาดท่าจนได้รับอุบัติเหตุ โดนตะปุทิ่มแทงที่บริเวณเท้า ตนคิดว่าคงไม่เป็นอะไรมาก ประกอบกับช่วงปีนั้น โควิทกำลังแพร่เชื้ออย่างรุนแรง ไม่อยากไปโรงพยาบาลผ่านไปไม่กี่วันแผลติดเชื้อเป็นบาดทะยัก ต้องตัดขา แต่กระนั้น ชีวิตเดินหน้าสู้ต่อไป แม้ว่าจะเดินไปไหนมาไหนไม่คล่องแคล่วเหมือนคนทั่วไป แต่มีสมองสั่งการได้

และในปี2563 ชีวิตเหมือนฝัน ได้หันมาทำการค้าข้าวจุลินทรีย์ จ.สุรินทร์ และเป็นหนึ่งได้ร่วมกันก่อตั้ง บริษัท ทรัพย์ยั่งยืนยุคแรกๆ  เพื่อนำข้าวมาจัดจำหน่ายให้กับสมาชิก โดยมีสมาชิกพี่น้องเกษตรกรร่วมมือ 200 คน ช่วงแรกๆขายข้าวได้  500 กิโลกรัม เริ่มเติบโตขึ้นขายได้ 700 กิโลกรัม เริ่มสร้างรายได้ดี มีเงินทุนหมุนเวียน  อีกทั้ง ยังสามารถช่วยเกษตรกรในท้องถิ่น จ. สุรินทร์ เริ่มกินดี อยู่ดีขึ้น พลิกชีวิตที่แย่ๆ กลับมาฟื้นตัวอีกรอบ มีรายได้หลักแสน

และคิดว่าปี 2567 นี้ น่าจะเป็นปีทองกลับมาอีกครั้ง เพราะดูแนวโน้มตลาดข้าวเริ่มไปได้มุ่งมั่นกับธุรกิจขายข้าวอย่างเต็มที่ ซึ่งสุรินทร์ค่อนข้างที่มีชื่อเสียง เรื่องข้าวหอมมะลิ และยังมีกลุ่มเกษตรกรทำนา ปลูกข้าวร่วม8 กลุ่มพร้อมที่ให้การสนับสนุนบริษัท ทรัพย์ยั่งยืนเต็มที่

เหตุผลหนึ่งที่ตนมุ่งทำงานกับบริษัท เพราะเห็นว่ามีนโยบายและแนวทางการทำงานแบบเดียวกันคือ มีกำไร ต้องแบ่งปั่น เพื่อชุมชน

นี่แหละ พรภวิษย์ แม่ทัพยอดนักสู้แห่งเมืองช้าง แม้ร่างกายไม่พร้อม แต่ใจสู้เกินร้อย เพื่อความสำเร็จในวันข้างหน้า        

Exit mobile version