หน้าแรก ข่าวล่าสุด ผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ผูกขาดตลาดฉุดรายเล็กตายยกประเทศ

ผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่ผูกขาดตลาดฉุดรายเล็กตายยกประเทศ

แม้ว่าหมูเถื่อนหดหายจากท้องตลาดจากมาตรการปราบปรามอย่างจริงจังจากรัฐบาล แต่ยังมีหมูผ่าซีก หมูชิ้นส่วน ลักลอบวางจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ หากยังอยู่ในสภาพเช่นนี้กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยทั่วประเทศ ก็ยังต้องประสบปัญหาความเดือดร้อนขาดทุนไม่สิ้นสุด เสียงสะท้อนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อยของภาคใต้ที่ผู้เลี้ยงรายใหญ่ของประเทศไทยควรแบ่งพื้นที่ให้รายย่อยได้ลืมตาอ้าปากบ้าง

ปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ บอกว่า สมาคมฯ เป็นตัวกลางที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้เข้าถึงเพื่อการแก้ไขปัญหาได้ และเกษตรกรรายย่อยจะต้องมีการปรับตัว เช่น เรื่องสุกรที่เกิดระบาด ASF ผู้เลี้ยงต่างมีความเข้าใจและได้ตั้งการ์ดไว้สูง มากแล้ว และในส่วนเรื่องสุกรเถื่อน ก็สงบไม่ได้เข้ามาในตอนนี้ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย จะต้องรวมตัวกันให้เข็มแข็ง

“เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ต้องหันมายึดรูปแบบของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ฯ ที่ยืนหยัดอยู่ได้ ซึ่งก่อนหน้าก็เคยประสบปัญหาไม่ต่างกับผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเช่นกัน ดังนั้นวิธีการของสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ คือ 1.งดการนำเข้า 2. ลดแม่ไก่ตามอายุ 3.มีห้องเย็นสำรอง และ 4. มีกองทุนสำรอง เกษตรกราผู้เลี้ยงสุกร จะต้องยึดรูปแบบเพื่อให้ให้ยืนอยู่ได้”

ปรีชา บอกอีกว่า เรื่องธุรกิจสุกรรายใหญ่ ก็จะต้องมีการหารือกันด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ ก็คงมีความเข้าใจ เพื่อให้อยู่กันได้ ซึ่งโดยการใช้วิธีการหารือพูดคุยทำความเข้าใจกันจะเป็นทางออกที่ดี และการเลี้ยงสุกรรายย่อยแนวโน้มประมาณกลางปี 2567 ราคาสุกรจะกลับคืนมา

เช่นเดียวกับ เฉลิมพล มานันตพงศ์ ประธานสมัชชาผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยเขตภาคใต้ บอกว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง (ปชป.) เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาสุกเถื่อน ปัญหาราคาตกต่ำ และขอให้บริษัทรายใหญ่ หยุดขยายการผลิต และเปิดพื้นที่ให้ผู้เลี้ยงรายย่อยอยู่ได้

สำหรับในหนังสือระบุว่า 1. ขอให้แก้ไขการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว สำหรับเรื่อสุกรที่นำเข้ารัฐต้องสูญเสียการจัดเก็บภาษีเงินได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อสุกรทั้งระบบ

2. ชิ้นส่วนเนื้อสุกรที่ลักลอบเสี่ยงทั้งโรคอหิวาต์แอฟริกา (ASF) จึงต้องป้องกันอย่างเคร่งครัด

3. ขอให้ยกเลิกภาษีนำเข้ากากถั่วเหลือง และพิจารณาโครงสร้างกากถั่วเหลือง เมล็ดนำเข้าและจัดสรรส่วนเกินเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อต้นทุนการผลิต

4.ให้เร่งรัดมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยประสบปัญหาขาดทุนและวิกฤติด้านราคาตกต่ำ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการนำเข้าหมูเถื่อน โดยขอให้มีการบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าสงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน

5. กระทรวงพาณิชย์ ขอให้ดูแลสินค้าสุกรและสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มให้เกิดความเป็นธรรมทั้งระบบเนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม

6. การขยายเลี้ยงของผู้เลี้ยงรายใหญ่ระดับบริษัท ควรพิจารณาถึงปริมาณการผลิตเหมาะสมกับปริมาณการบริโภคพื้นที่หรือไม่ โดยพิจารณาถึงปริมาณการผลิตปัจจุบันที่มีอยู่แล้วของผู้เลี้ยงรายย่อยในพื้นที่ และควรให้โอกาสเกษตรกรผุ้เลี้ยงรายย่อยที่เลี้ยงมาอย่างยาวนานคงสามารถให้อยู่ได้

“ประเด็นหมูเถื่อนต้องเร่งจัดการเร็ว การขยายการเลี้ยงของผู้เลี้ยงรายใหญ่ภาคบริษัท ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกรรายย่อยเป็นอย่างมาก การเพิ่มปริมาณการเลี้ยงของภาคบริษัทใหญ่ ก็ส่งผลให้ปริมาณสุกรในพื้นที่มีมากเกินความต้องการในพื้นที่ ปัญหาเกิดสุกรล้นตลาดทำให้ราคาต่ำลง และเกิดการแย่งชิงเชิงลูกค้าจึงต้องมีการส่งออกนอกเขตภาคใต้ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา ทางเสมัชชาฯ จึงขอคืนพื้นที่ให้ผู้เลี้ยงรายย่อยสามารถเลี้ยงได้อย่าง่ยั่งยืนต่อไป”

ด้าน ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง (ปชป.) ยืนยันกับเกษตรผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยภาคใต้ว่า จะดำเนินการเรื่องสุกรไปยังรัฐบาล ทั้งตั้งกระทู้ถาม และติดตามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

“เกษตรราย่อยผู้เลี้ยงสุกรต้องหดหายไปถึง 70 % เป็นเรื่องที่เศร้าใจ เรื่องนี้จะนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้รัฐบาลเร่งรัดแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกเร็วที่สุด” ร่มธรรม กล่าวย้ำ

ปัจจุบันเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายเล็กทะยอยล้มหายตายจากอุตสาหกรรมเลี้ยงหมูเนื่องจากกลุ่มผู้เลี้ยงหมูรายใหญ่มีทุนหนาและผูกขาดตลาดทั้งประเทศ ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้าแก้ไขปัญหาหรือแบ่งพื้นที่ให้รายย่อยเข้าไปมีส่วนแบ่งตลาดโอกาสถึงจะอยู่รอดได้

โดย…ทีมข่าวภูมิภาค

Exit mobile version