นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ในนาม มูลนิธิสิริวัฒนภักดี จัดรอบชมการแสดงพิเศษ โขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอน กุมภกรรณทดน้ำ วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยมี พันธมิตรทุกภาคส่วน ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สถาบันองค์กรพัฒนาชุมชน เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจในเครือ TCC กรุ๊ป (กลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น) มูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะ(ศร ศิลปบรรเลง) ครูเพลง คณาจารย์ เครือข่ายดนตรีไทย คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
และมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร เครือข่ายโรงเรียน คณะคุณครู นักเรียน นักศึกษา รวมถึงคณะที่ปรึกษากรรมการและผู้บริหารกลุ่มไทยเบฟ ร่วมรับชมการแสดงฯ โดยอัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงจัดขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องใน 2 โอกาส มหามงคลของชาวไทย คือการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 71 พรรษา และการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 91 พรรษาในปีพุทธศักราช 2566 นี้ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนได้มาร่วมกันสืบสานอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขนอันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่ายิ่งของชาติไทย โดยน้อมนำพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร เป็นการตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งมั่นอุปถัมภ์ และส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมของชาติทุกแขนงเสมอมา
มูลนิธิสิริวัฒนภักดี และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญในการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม โดยเล็งเห็นว่าศิลปวัฒนธรรมเป็นรากฐานอันแข็งแกร่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยอย่างเด่นชัดที่ได้สืบทอดต่อมาจากบรรพกาลถึงปัจจุบัน โดยมีเป้าหมายที่จะ “นำความเป็นไทยสู่สากล” Thainess To The World เพื่อ “สร้างสรรค์คุณค่าสู่สังคมอย่างมั่นคงและยั่งยืน”