ชุดพื้นเมืองสีดำของชาวไทดำ ขับความโดดเด่นของกระดุมเงิน และเครื่องประดับอย่างเข็มขัด เป็นโทนสีที่ดูเคร่งขรึมทรงมนต์ขลัง ดังเรื่องราวอันยาวนานตามวิถีไทดำ แต่เมื่อพาดสไบ สะพายย่าม หรือคาดผ้าขาวม้า ก็ยิ่งขับสีสันสดใสออกมาได้อย่างมีเสน่ห์ เหมือนน้ำใจของชาวไทดำที่มีให้ผู้มาเยือนเสมอ สะดุดตายิ่งนักกับ “ผ้าเปียว” ลวดลายงดงามที่โพกอยู่บนศีรษะ
ในสมัยก่อน “ผ้าเปียว”ถือเป็นเครื่องชี้วัดความเป็นกุลสตรีของหญิงชาวไทดำ เพราะถูกสอนให้ปักผ้าเปียวมาตั้งแต่เด็ก ๆ ผ้าเปียวยังใช้เป็นของกำนัลให้กับผู้ใหญ่ เป็นตัวแทนความในใจให้กับคนที่รักและใช้ในพิธีกรรมความเชื่อต่าง ๆ
แต่ที่ฟังแล้วรู้สึกลึกซึ้งกินใจ เมื่อสามีหรือภรรยาจากไป คู่ชีวิตจะต้องตัดผ้าเปียวครึ่งหนึ่งคลุมหน้าคนตาย และเก็บรักษาอีกครึ่งหนึ่งไว้เป็นอย่างดี เมื่อถึงคราตนเองก็จะมีคนนำผ้าผืนนี้มาคลุมหน้าไว้ เชื่อว่าจะทำให้เจอคู่รักอีกครั้งบนสวรรค์
ชาวไทดำคือใคร
ใครที่เคยได้ยินคำว่า “ลาวโซ่ง” นั่นคืออีกชื่อเรียกของ “ไทดำ” เป็นชาวไทกลุ่มหนึ่งที่เคยอยู่ที่เมืองไทดำ บริเวณลุ่มน้ำดำและลุ่มน้ำแดง เขตเวียดนามเหนือ แต่หลังสงครามฮ่อ ปี 2425 ไทดำจึงอพยพเข้ามาเมืองไทย ส่วนหนึ่งอยู่ที่เพชรบุรี อีกส่วนหนึ่งอยู่ในภาคกลาง และกลุ่มหนึ่งซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นราชวงศ์ได้เดินทางมาตั้งรกรากที่บ้านนาป่าหนาด อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย
เรียนรู้วิถีไทดำ
บริเวณบ้านนาป่าหนาดเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทดำมากว่า 100 แม้เวลาจะล่วงเลยไป พร้อมความเปลี่ยนแปลงในหลายด้าน แต่ปัจจุบันยังสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมไทดำได้ที่ “บ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ” บ้านนาป่าหนาด อยู่ไม่ไกลจากเมืองเชียงคาน ริมฝั่งโขง หรือประมาณ 15 กิโลเมตรเท่านั้น
วัฒนธรรมของชาวไทดำเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวน่าค้นหา ไม่ว่าจะเป็นเอกลักษณ์ด้านการแต่งกาย ภาษา ประเพณี ความเชื่อ รวมทั้งที่อยู่อาศัย ซึ่งภายในบ้านพิพิธภัณฑ์ไทดำ มีตัวบ้านของชาวไทดำตั้งอยู่หลัก ๆ 3 หลัง ทั้งตัวบ้านไม้ทรงไทดำโบราณ และบ้านพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นทรงไทดำเช่นกัน
ภายในรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชาวไทดำกว่า 5 ชั่วอายุคน รวมทั้งห้องสมุด ความโดดเด่นของบ้านพิพิธภัณฑ์ คือ บันไดขึ้นลงตัวบ้านที่จะแยก “กว้าน” สำหรับผู้ชาย และด้าน “จ๋าน” สำหรับผู้หญิง ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดที่น่าสนใจอีกหลายมุม และที่เพลินตาขาช้อปมาก ๆ คือร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก งานแฮนเมดฝีมือชาวไทดำนั่นเอง
ความเชื่อ–ประเพณี วิถีไทดำ
ภายในบริเวณของบ้านพิพิภัณฑ์ไทดำ มีลานการแสดงประเพณีและความเชื่อต่าง ๆ อาทิ “พิธีแซปาง” ที่มีเครื่องเคาะจากกระบอกไม้ไผ่ขนาดใหญ่ และมีหมอมดผู้นำพิธีร้องเชิญผีสางเทวดามารับเครื่องเซ่น มีการร่ายรำไปรอบ ๆ “ต้นปาง” เครื่องรางบูชาของชาวไทดำ หรือ “พิธีต๊ามขวัญ” ซึ่งเป็นพิธีสู่ขวัญแบบชาวไทดำ ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าร่วมพิธีได้ด้วย
ทำอะไรดีที่บ้านไทดำ
การได้มาเรียนรู้วิถีชาวไทดำ เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าประทับใจ และถ้ามาแล้วอยากเก็บความทรงจำกับไปแบบสายคราฟต์ ก็ต้องลองทำ “ตุ้มนกตุ้มหนู” ลักษณะเหมือนโมบายเล็ก ๆ หลากสีสัน ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในบ้านไทดำ หรือตามพิธีกรรมต่าง ๆ
เชื่อกันว่า “ตุ้มนกตุ้มหนู” คือเครื่องรางที่ใช้ปัดเป่าความชั่วร้ายและนำโชคดีมาให้ มีรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น รูปบ้าน ที่เชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัยของผีมดอันเป็นที่เคารพของชาวไทดำ รูปตุ้มหนู หรือ กลองผีมด ที่ใช้ตีรวบรวมขวัญและกำลังใจในยามศึก รูปนก ที่เชื่อว่าช่วยจิกตาศัตรูคู่อาฆาต รูปรังต่อรังแตน เชื่อว่าเป็นตัวต่อตัวแตนที่ช่วยต่อสู้ศัตรู และ รูปหัวใจไทดำ ตัวแทนความรักความสามัคคีของชาวไทดำนั่นเอง
ใครที่บอกว่าไม่ถนัดงานฝีมือ สามารถเลือกซื้อตุ้มนกตุ้มหนูหลากหลายแบบได้ที่ร้านจำหน่ายของที่ระลึกได้เลย
กินดีอยู่ดีวิถีไทดำ
เอกลักษณ์ที่งดงามของชาวไทดำ ยังถ่ายทอดผ่านภูมิปัญญาในการถนอมและปรุงอาหาร นอกจากจะติดต่อมื้ออาหารแบบชาวไทดำแล้ว ยังขอเรียนรู้การปรุงอาหารแบบไทดำได้ด้วย
ด้วยบรรยากาศที่เป็นใจ ทำให้แต่ละเมนูดูน่ากินไปหมด เช่น แกงหน่อไม้ส้ม: แกงหน่อไม้ดอง ใส่ไก่ ผักบั่ว (ต้นหอม) ซักไจ๋ (ตะไคร้) และเกลือ แจ่วตาแดง: เมนูที่หารับประทานง่ายๆ จากในครัว นิยมทำเป็นอาหารที่พกไปกินตามไร่น่า ด้วยการนำพริกแห้ง กระเทียม และหอมแดง มาคั่วให้หอม แล้วโขลกให้ละเอียด ปรุงรสด้วยเกลือด้วยและน้ำปลาร้า กินกับผักพื้นบ้านลวกและปลานิลทอด จิ้มข้าวเหนียวร้อน ๆ เข้ากันได้อย่างดี
มาเยือนบ้านไทดำถือเป็นช่วงเวลาที่ล้ำค่าสุด ๆ เราได้เรียนรู้วิถีที่แตกต่าง แต่ก็สร้างความประทับใจแบบไม่มีเบื่อ นอกจากเอกลักษณ์ที่งดงาม บ้านไทดำยังอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ มาเยือนแล้วชื่นใจสุด ๆ ไปเลย
เรื่อง / ภาพ ลานลม